อะไรๆ ก็ทำเอง

จาก LomaMilkyway

ข้ามไปที่: นำทาง, ค้นหา

ระยะนี้คำว่า "วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ" ดูจะก้องวนเวียนอยู่รอบตัว และดังอยู่ในหัว สภาพเศรษฐกิจและสังคมทุกวันนี้แม้ไม่เห็นผลร้ายแรงตรงๆ นัก แต่ก็ได้ยินแต่คำว่า "น้ำมันขึ้นราคา อะไรๆ ก็แพงตาม" ดูแล้วมันน่าใจหายเพราะรายได้ของคนทำงานดูจะเท่าเดิม แถมค่าเงินยังดูลดลง แต่ก่อนมีเงินสิบในมือไม่อุ่นใจพอคิดว่าต้องมีเงินร้อย พอมีเงินร้อยก็คิดว่าต้องมีพัน พอมีถึงพันก็ไม่พอทำอะไรต้องเงินหมื่น พอมีเงินหมื่นทุกวันนี้ยังแทบซื้ออะไรไม่ค่อยได้ แล้วประเดี๋ยวประด๋าวเงินแสนก็หมด โอ! หากไม่หยุดเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่พอ แล้วจะหยุดยังไงล่ะ หยุดการเปลี่ยนแปลงผันแปรของสังคมก็คงจะเป็นไปไม่ได้ คิดไปคิดมาแต่ละคนคงต้องหยุดตัวเองอย่าวิ่งอย่าตามความผันผวนนั้น แล้วยังไงล่ะในเมื่อทุกวันยังต้องกินต้องใช้


พอๆ กับคำว่าวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ คำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัส ก็ดูเหมือนจะเป็นดั่งฟางเชือกที่ยื่นมาให้เรายึดเหนี่ยวในจิตใจ เข้าใจหลักการบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่เพียงแค่ฟังคำนี้ก็ดูจะทำให้ใจมันสงบนิ่งลง


เคยตามๆ อ่านแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ตามหลัการปฏิบัติแล้วบางมุมก็ออกจะเข้าใจยากๆ อยู่ เพราะยังไม่ได้เข้าใจถึงระบบเศรษฐกิจครบทั้งวงจรด้วย มีคำอธิบายหนึ่งที่ยังติดใจมาว่า ความพอประมาณ คือไม่มากไม่น้อย ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงก็คงอย่างเช่น ผลิตและบริโภคอยู่ในระดับที่พอประมาณ หันกลับมามองรอบๆ ตัวเองวิถีชีวิตประจำวันดูจะหนักไปทางบริโภคเสียมากกว่าการผลิต หรือแทบจะไม่ผลิตเลย หนักๆ เข้ามีแต่เรื่องบริโภคจนจะเกินกำลัง กระตุ้นจิตสำนึกตัวเองขึ้นมาบ้าง เอาเก็บมานั่งคิด มีอะไรที่เราพอจะปรับได้ จะว่าไปเรื่องหลักใหญ่ๆ ในชีวิตประจำวันของเราก็คงเป็นเรื่องปากท้อง ตั้งคำถามกับตัวเองว่า "เราจะมีวิถีการบริโภคอย่างไรดี?" เรื่องซื้อข้าวของเครื่องใช้ก็คงไม่ลำบากนักแค่ตัดเรื่อง ของที่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องซื้อ และหากจำเป็นต้องซื้อก็คงจะพิจารณาว่า "ซื้อของให้ได้ในราคาถูก" แต่คงต้องคิดเสมอว่า "ของราคาถูกอาจจะไม่ได้คุ้มค่าต่อการใช้งานเท่าของราคาแพงแต่มากด้วยคุณภาพ" เพราะฉะนั้นซื้อของใช้ก็คงคุณภาพการใช้ที่คุ้มราคามาก่อนตัวเลข เว้นเสียแต่ว่าใช้แล้วทิ้ง ใช้ระยะสั้น ใช้เพราะจำเป็นแค่นั้น ไม่ต้องห่วงเรื่องคุณภาพ อันนี้ก็ต้องกลับไปที่เอาถูกเข้าว่า ไม่ต้องดูยี่ห้อที่มีราคาแพง

คราวนี้กลับมาเรื่องกิน อันนี้เรื่องใหญ่ จำเป็นจริงๆ หาทางเลือกให้กับตัวเองได้ว่า "วิถีการกินควรเป็น กินเท่าที่จำเป็นกับความต้องการของร่างกาย และปริมาณเท่าที่จำเป็นนั้นคำนึงถึงประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ" ความคิดนี้ไม่ยากเกินไปนัก เพราะอาหารที่มีขายอยู่ทั่วไป รวมทั้งร้านอาหารขึ้นชื่อต่างๆ แบบ junk food ที่กำลังเป็นที่นิยม ล้วนราคาสูงกว่าอาหารปกติ และไม่ได้สัมพันธ์กับประโยชน์หรือคุณค่าที่เกิดกับร่างกายนัก บางอย่างบริโภคมากเหมือนยิ่งยัดเยียดความเป็นภัยต่อร่างกาย แล้วอาหารประเภทข้าวแกง อาหารจานเดียวที่มีอยู่ทั่วไปล่ะ ดูจะเป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่เลือก และเลี่ยงไม่ค่อยจะได้ จากความจำเป็นในวิถีชีวิตทุกวันนี้ อีกอย่างหากทุกคนคิดว่าต้องเลี่ยงเหมือนกันหมด แม่ค้าขายข้าวแกงคงไม่มีอาชีพแล้วล่ะเนอะ เอาเป็นว่าได้ข้อสรุปว่า หากมีเวลาบ้างก็ปรุงกินเอง แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็เลือกที่จะบริโภคให้เป็นประโยชน์กับร่างกายและบริโภคแต่พอเพียงอย่าสะสมส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการ

ยังไม่พ้นเรื่องกิน ก็ยังคิดว่า มีอะไรที่พอจะทำเอง และเป็นทางเลือกแบบเศรษฐกิจพอเพียงได้บ้าง แล้วก็ได้ลองปลูกผักกินเอง โหลองดูแล้วรู้สึกว่าคุ้ม



พูดคุย

เครื่องมือส่วนตัว
เชื่อมโยง